10 เหตุการณ์สำคัญที่สุดของโลกไอทีในปี 2008 ที่ผ่านมา

10 อันดับนี้มาจากสถิติของ TechMeme โดยตรง ต่างจากอันดับของเว็บอื่นๆ ที่ใช้ความคิดเห็นของผู้เขียนข่าวหรือบรรณาธิการเป็นหลัก

 10 เหตุการณ์สำคัญของโลกไอทีในปี 2008
TechMeme
เป็น เว็บรวมข่าวไอทีจากเว็บไซต์อื่นๆ แล้วคัดเลือกด้วยอัลกอริทึมของตัวเอง (เท่าที่ผมทราบจะใช้น้ำหนักของเว็บไซต์ต้นฉบับ + ความเร็วในการเสนอข่าว + เว็บอื่นๆ ที่ลิงก์มา แต่ก็มีปัจจัยอื่นๆ ด้วย)

10
อันดับนี้มาจากสถิติของ TechMeme โดยตรง ต่างจากอันดับของเว็บอื่นๆ ที่ใช้ความคิดเห็นของผู้เขียนข่าวหรือบรรณาธิการเป็นหลัก

ข่าวอันไหนเคยลง Blognone ผมจะใส่นำมาให้ได้อ่านไปพร้อม ๆ กันเผื่อจะมีใครสนใจอ่านย้อนหลังครับ

1.
ไมโครซอฟท์เสนอซื้อยาฮู 31 พันล้านดอลลาร์
หลัง จากโดนกูเกิลถล่มในกิจการด้านเว็บของตนอย่างหนัก ตอนนี้ก็มีข่าวลือสะพัดทั้งอินเทอร์เน็ตว่าไมโครซอฟท์เข้าทาบทามยาฮูเพื่อขอ ซื้อกิจการอย่างเป็นมิตรแล้ว ทันที่ที่ข่าวนี้แพร่ออกมา ทำให้ฒหุ้นของยาฮูพุ่งขึ้นไปกว่า 17% แล้วในตอนนี้

แหล่งข่าวระบุว่า เคยมีการเจรจากันมาก่อนหน้าแล้วแต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากมูลค่าของยาฮูนั้นสูงถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์ และมีการเรียกราคาเป็นเงินถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งการซื้อไม่ว่าจะเป็นเงินสด หรือการแลกหุ้นนั้นก็ดูเหมือนจะแพงเกินไปสำหรับไมโครซอฟท์ ข่าวที่ออกมาจึงไปในแนวทางที่ระบุว่าทั้งสองบริษัทเตรียมสร้างบริษัทร่วมทุน ขึ้นมา โดยไมโครซอฟท์จะแยกเอาส่วนของ MSN มารวมกับทางยาฮู

ในตลาดการ เสิร์ชข้อมูลบนเว็บนั้นสองบริษัทนี้มีส่วนแบ่งทางตลาดรวมกันอยู่ที่ร้อยละ 38.4 ขณะที่กูเกิลนั้นมีส่วนแบ่งอยู่ที่ 48.3 ถ้ารวมกันจริงงานนี้ก็สนุก...

2.
แอปเปิลเลิกเข้าร่วมงาน MacWorld
แอ ปเปิลได้ออกมาประกาศว่างาน MacWorld ที่จะมีขึ้นในวันที่ 5-9 เดือนมกราคมที่จะถึงนี้ จะเป็นงาน MacWorld ครั้งสุดท้าย และในครั้งนี้จะไม่มี Keynote จาก Steve Jobs อีกด้วย แต่จะเป็นผู้บริหารแอปเปิ้ล Phil Schiller แทน

ถึงจะไม่ใช่เรื่อง หน้าแปลกใจเท่าไหร่สำหรับแฟนๆที่ติดตามข่าวของแอปเปิล เพราะแอปเปิลได้ลดจำนวนการออกงานนิทรรศการต่างๆ ในปีที่ผ่านๆ มาอย่างเช่นงาน NAB, Macworld นิวยอร์ค, งาน Macworld โตเกียว และงาน Apple Expo ที่ปารีสเป็นต้น แต่การออกมาประกาศว่างาน MacWorld นี้จะไม่มี Keynote จาก Steve Jobs ก็ทำให้คนเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของ Steve Jobs อีกครั้ง

3. Chrome
เว็บเบราว์เซอร์จากกูเกิล
ข่าวร้อนประจำรอบสัปดาห์ครับ ข่าวลือว่ากูเกิลซุ่มพัฒนาเว็บเบราว์เซอร์นั้นเป็นความจริงแล้ว โดยชื่อของมันคือ Google Chrome  เอน จินแสดงผลใช้ WebKit ส่วนเอนจินจาวาสคริปต์นั้นพัฒนาขึ้นมาใหม่ ชื่อว่า V8 จากทีมของกูเกิลในเดนมาร์ก โดยใช้เทคนิคทางเวอร์ชวลแมชีนช่วยเร่งประสิทธิภาพ   Chrome แยกหนึ่งแท็บต่อหนึ่งโปรเซส ซึ่งช่วยให้เบราว์เซอร์ไม่ตายง่ายๆ และการคืนแรมทำได้ง่ายกว่าเดิมมาก ผลคือบริโภคแรมมากหน่อยในตอนแรก แต่นานเข้าจะเพิ่มขึ้นไม่เยอะเหมือนเบราว์เซอร์ปกติ   แต่ละโปรเซสจะรันในโหมด sandbox เพื่อความปลอดภัย   ส่วนติดต่อผู้ใช้เรียบง่าย แต่ย้ายแท็บมาไว้ด้านบนสุด แต่ละแท็บมีทูลบาร์ของตัวเอง   รวม URL bar กับช่องค้นหา เรียกมันว่า Omni Box ซึ่งมีระบบ suggest ทั้งจาก Bookmark และ History (เหมือนกับของ Firefox) และจากบริการของกูเกิล (เหมือนกับของ IE8)   เมื่อเปิดแท็บใหม่มา จะแสดงภาพเว็บที่เข้าบ่อยที่สุด 9 อัน และคีย์เวิร์ดที่ใช้ค้นหาอีกจำนวนหนึ่ง (คล้ายกับ Speed Dial ของ Opera หรือของ IE8)   ไม่แสดง popup ไม่ว่ากรณีใดๆ แต่จะซ่อนอยู่ตรงมุม ถ้าอยากเปิดต้องคลิกเอาเอง   Chrome จะดาวน์โหลดรายชื่อเว็บมัลแวร์และ phishing มาเตือนผู้ใช้ (คล้ายๆ กับ Firefox ที่ใช้รายชื่อของกูเกิลเช่นกัน)   รวมเอา Google Gears เข้ามาในตัว   โอเพนซอร์ส (สัญญาอนุญาตยังไม่ทราบชนิด แต่ WebKit เป็น LGPL)

กู เกิลบอกว่าจะเปิดให้ดาวน์โหลดเวอร์ชันเบต้าสำหรับวินโดวส์ พรุ่งนี้ (2 กันยายน - ขณะที่ผมเขียนข่าวยังไม่มา) เวอร์ชันแมคและลินุกซ์กำลังตามมา

ข่าว นี้เริ่มมาจากการ์ตูนความยาว 38 หน้า แนะนำเรื่องเทคนิคของ Google Chrome อย่างละเอียดมากๆ (แนะนำให้อ่าน ที่ผมเอามาลงในข่าวนี้เป็นแบบสรุปๆ) ที่น่าสนใจคือวิศวกรในการ์ตูน มี Ben Goodger คนเริ่มทำ Firefox และ Darin Fisher อดีตทีมงาน Mozilla อยู่ด้วย

4.
แอปเปิลเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของนักพัฒนาใน iPhone SDK (ข่าวใกล้เคียง)
หลัง จากที่ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก ถึงความอึดอัดใจจากการทำงานภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา Apple ได้ออกประกาศการยกเลิกข้อตกลงห้ามเปิดเผยข้อมูลซอฟต์แวร์ของ iPhone (ครอบคลุมถึงซอฟต์แวร์ที่ออกวางตลาดไปแล้ว) (iPhone Non-Disclosure Agreement for released software) โดยในฉบับเก่า หากเอาจริงกับข้อตกลงดังกล่าวจะหมายถึงแทบทุกอย่างที่เกี่ยวกับข้อมูลของ ซอฟต์แวร์บน iPhone และ การเขียนโปรแกรมบน iPhone นั้นห้ามทำในที่สาธารณะ เช่น บทความที่สอนการเขียนโปรแกรม, กระดานสนทนา, หนังสือ หรือแม้แต่ซอฟท์แวร์เสรี” (open-sources)

เราเอาข้อตกลงนี้เข้ามา ใช้เพราะ ระบบปฏิบัติการของ iPhone นั้นรวมเอาประดิษฐกรรมและนวัตกรรมที่เราต้องการจะปกป้อง เพื่อไม่ให้ผู้อื่นขโมยงานของเรา เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ” Apple กล่าวเอาไว้ใน เว็บสำหรับนักพัฒนาบน iPhone ของ Apple

ข้อ ตกลงดังกล่าวได้สร้างอุปสรรค์สำหรับนักพัฒนา นักเขียน และผู้สนใจทั่วไป ในการจะช่วยให้ iPhone ประสบความสำเร็จ ดังนั้น เราจึงยกเลิกข้อตกลงนี้เสีย

ถึงอย่างไรก็ตาม ซอฟต์แวร์รวมทั้งความสามารถของ iPhone ที่ยังไม่ได้ออกวางตลาด(บังเอิญไปรู้เข้า) จะยังคงอยู่ภายใต้ขอตกลงฉบับเดิม โดย Apple คาดว่าข้อตกลงฉบับใหม่น่าจะออกมาในภายในอาทิตย์นี้

5.
กูเกิลร่วมกับไอโฟน ให้บริการค้นหาด้วยเสียง
คุณๆ อาจจะไม่ตื่นตาตกใจเพราะคิดว่าจะช้าหรือเร็วเทคโนโลยีนี้ก็จะมา แต่ในที่สุดกูเกิลก็เปิดตัวบริการใหม่คือการค้นหาด้วยเสียง โดยจะเปิดให้บริการผ่านไอโฟน ซึ่งเป็นโปรแกรมฟรีผ่าน iTS

วิธีการทำ งานคือคุณเพียงส่งคำถามที่ต้องการถามด้วยเสียง โปรแกรมจะแปลงเสียงนั้นเป็นข้อมูลดิจิทัล และเอาข้อมูลที่ว่าไปค้นหาผ่านระบบของกูเกิล ซึ่งเพราะไอโฟนสามารถระบุพิกัดของผู้ค้นหาได้ คำถามเช่นร้านกาแฟใกล้ที่สุดอยู่ไหนจึงสามารถตอบกลับได้อย่างที่ผู้ใช้งานต้องการจริงๆ

อย่างไรก็ตามนัก วิจัยต่างบอกว่ามันคงไม่สามารถทำงานได้สมบูรณ์แบบจริงๆ เพราะภาษาสำเนียงที่เข้ามาก็ยังคงเป็นความท้าทายต่อไป แต่คาดหวังว่าการที่กูเกิลเปิดตัวบริการนี้อย่างจริงจัง น่าจะทำให้ระบบได้ข้อมูลคำถามเป็นจำนวนที่มากมายยิ่งขึ้นไป สำหรับการพัฒนาต่อไปให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น

ปัจจุบันมีบริษัทที่กำลัง พัฒนาระบบค้นหาด้วยเสียงมากมายอย่าง ไมโครซอฟท์ ยาฮู หรืออโดบี ทีนี้กูเกิลก็จะเป็นอับดุลจริงๆแล้ว เพราะถามได้ตอบได้

6.
ข่าวลือว่ากูเกิลจะซื้อ Valve
ข่าว ลือกำลังแพร่สะพัดไปทั่วอินเทอร์เน็ตว่าทางกูเกิลใกล้บรรลุข้อตกลงกับทาง Valve ผู้ผลิตเกมชื่อดังเช่น Half-Life และ Counter-Strike

ไม่มี ความแน่ชัดว่าข่าวนี้เป็นจริงหรือไม่ แต่คาดเดากันว่าหากข้อตกลงนี้เป็นจริง กูเกิลอาจจะต้องการซื้อ Valve เพื่อได้สิทธิในการใช้งานระบบ Steam ซึ่งเป็นระบบกระจายซอฟต์แวร์ออนไลน์ที่ทรงประสิทธิภาพมาก

หรือว่าจะเป็น Counter บนเซิร์ฟเวอร์ของกูเกิลดี? เล่นฉากนึงซักสองสามพันคนคงสนุกดีพิลึก

7. RIAA
เลิกนโยบายฟ้องผู้ดาวน์โหลดเพลงผิดกฎหมาย

8.
กูเกิลจะเข้าซื้อ Digg (ภายหลังถอนตัว)
ข่าวลือจากทาง TechCrunch ระบุว่ากูเกิลได้บรรลุข้อตกลงในการเข้าซื้อเว็บ Digg.com เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์

ทุก วันนี้รายได้ของ Digg มาจากข้อตกลงโฆษณาจากไมโครซอฟท์เป็นระยะเวลาสามปี ซึ่งข่าวระบุว่าข้อตกลงนี้จะสิ้นสุดลงหลังจากที่กูเกิลเข้ามาครอบครอง Digg อย่างเป็นทางการแล้ว ย้ำอีกทีว่านี่เป็นข่าวลือโดย TechCrunch อ้างว่าได้ข่าวจากแหล่งข่าวภายใน และยังไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการจากทั้งสองบริษัท

9.
เปิดเผยชื่อ Windows 7
ปกติ Microsoft จะไม่ค่อยใช้ codename เป็นชื่อผลิตภัณฑ์จริงเท่าไหร่นัก แต่กรณีของ Windows 7 นั้นมาแปลก คือชื่อผลิตภัณฑ์จริงที่จะขายก็จะใช้ชื่อ Windows 7 ด้วยเช่นกัน

Mike Nash
ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ Windows ของ Microsoft ออกมาเปิดเผยผ่าน blog ถึงเหตุผลที่ใช้ Codename เป็นชื่อจริงของผลิตภัณฑ์ว่า มันเป็นชื่อที่สื่อความหมายของ Windows ตัวนี้ได้ดีที่สุด เพราะที่ผ่านมา Windows ใช้ชื่อตามปี อย่าง Windows 95, Windows 98 แต่ Windows นั้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ออกทุกปี จึงไม่เหมาะที่จะใช้เป็นชื่อปี ส่วนจะใช้ชื่อในลักษณะความคาดหมาย หรือแรงบันดาลใจอย่าง Windows XP, Vista มันก็ไม่เหมาะ เพราะจะทำให้ไล่ลำดับเทคโนโลยีที่ใช้เป็นฐานยาก

Windows 7
จึงเป็นชื่อที่เหมาะสมแล้ว

ปล. หลายๆ ความคิดเห็นก็ไม่เห็นด้วย เพราะ Windows7 ไม่ได้ปรับปรุงจาก Windows Vista มากขนาดขึ้นเลขรุ่นใหม่ น่าจะเป็น Windows 6.1 มากกว่า (Vista คือ windows รุ่นที่ 6)

10. iPhone 3G
เว็บ gadget เมืองนอกที่ไปงาน WWDC ‘08 ได้ไปลองเล่น iPhone 3G กันแล้ว ผมรวมข้อมูลมาจากหลายๆ เว็บพร้อมกันทีเดียว แต่ละเจ้าได้เวลาลองเล่นคนละ 10-15 นาทีครับ การทดสอบอาจจะไม่ครบถ้วนแต่ก็ถือเป็นข้อมูลชุดแรกจากคนที่ได้สัมผัสจริง  3G เร็วกว่า EDGE 2 เท่า   ตัวมือถือจะเป็น triband 3G เหมือนกันทุกประเทศที่วางขาย   ยังไม่สนับสนุน Wi-Fi 802.11n มีแค่ b/g   กล้องกับจอภาพเหมือนเดิม   คุณภาพของเสียงขณะคุย ดีขึ้นอย่างชัดเจน รวมถึงคุณภาพของลำโพงในการเปิดเพลง   ตัว เครื่องหนาขึ้นเล็กน้อย และพลาสติกด้านหลังเปลี่ยนจากแบนๆ ในรุ่นก่อนมาเป็นโค้ง ตัวพลาสติกดูดีไม่กระจอก มันวาว เป็นรอยนิ้วมือง่าย   สายชาร์จอันเล็กมาก ใช้กับ iPhone รุ่นเก่าและ iPod ได้ เห็นว่าวางขายแยก   แท่นชาร์จใช้ร่วมกับรุ่นก่อนไม่ได้ (เพราะหนาขึ้น) ขายแยกเช่นกัน 29 ดอลลาร์   ยังไม่มี Cut & Paste และ Bluetooth แบบ A2DP   รูเสียบหูฟังเป็น 3.5 mm   สีดำดูดีกว่าสีขาว (รูปเครื่องสีขาวอยู่ในลิงก์ของ Laptop Mag)

 

 

ขอบคุณเว็บ www.dek-d.com

 

edit @ 31 Jul 2009 22:16:41 by N_oOmil_D

Comment

Comment:

Tweet

ENdNnH <a href="http://yfodyrijzptt.com/">yfodyrijzptt</a>, yybfjbvzfmfz, [link=http://tfkbqloirdne.com/]tfkbqloirdne[/link], http://dbmkocrhflbz.com/

#5 By iKoissfMkyJ (103.7.57.18|188.143.232.105) on 2013-03-21 13:40

comment4, Lasix, nexium.com, lexapro, klonopin, accutane, alprazolam.com, Zolpidem, doxycycline, cialis, effects of prednisone, lipitor, reductil, meridia, cialis discount, order phentermine phentermine online, retin-a.com, Viagra,

#4 By snorting ambien (122.166.2.207) on 2010-10-07 21:04

จ๋าจร่ะ

ฝันว๋าน นะจ๊ะ

#3 By Meviv on 2009-08-09 22:39

ขอบคุน นะจ๊ะ

มายด์ช่วยเราเยอะเลย

blogสวยมั่กมากจร่ะ

#2 By Meviv on 2009-08-09 22:27